หายหน้าไปหลายปี ตอนนี้ต้องกล่าวคำว่า

" กลับมาแล้ว "

หายปีที่หายไป คงไม่ได้ยุ่งเรื่องไหนนอกจากเรื่องเรียน และ3 เดือนกับการฝึกงาน

ที่แสนเหนื่อยก็ผ่านไปด้วยดี ตอนนี้มีความสุขมากๆเลยล่ะ ที่ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลอีกแล้ว

โล่งและสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ระหว่างที่หายไปนั้นได้มีโอกาสได้ไปเดินทางไปต่างประเทศ 

จึงทำใด้รู้จักเพื่อนใหม่ๆมากขึ้น มีความสุขมากๆเลยล่ะ นานแล้วนะที่ไม่ได้หาความสุขให้กับตัวเอง

หลายปีที่ผ่านมา เสียเวลากับอะไรบางอย่างไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะมันผ่านไปแล้ว 

ลืมไปหมดแล้วน่ะ ตอนนี้ปิดเทอม ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะเริ่มเรียนป.โทก็เถอะนะ 

ตอนนี้หน้าที่พวกนั้นได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้วล่ะ แน่นอนพูดได้เต็มปากแล้วล่ะ

" เรียนจบป.ตรี " แล้วก็ได้

เดือนหน้าก็คงต้องนับหนึ่งใหม่กับจุดหมายเป้าทางใหม่ ยังไงก็จะพยายามให้เต็มที่

น่าแปลกดีนะที่สอตรี่ไทย ไดอารี่เก่ามีคนเข้าไปอ่านเยอะแบบนั้น ทั้งๆที่เลิกใช้ไปนานแล้ว

ตลกดีเหมือนกัน ^^

ไปล่ะ

ไว้กันใหม่นะ

 

₪ คงไม่มีล่ะมั่ง

posted on 31 Dec 2007 01:45 by antony  in Blog

^^

สวัสดีไม่มาอัพซะนานเลย ช่วงนี้ใครๆเค้าก็หยุดและก็ไปเที่ยวกัน แต่สำหรับคนๆนี้คงจะไม่มีวันหยุดเหมือนกับคนอื่นๆหรอก เพราะต้องทำงานเร่งทำงานโฆษณาอย่างด่วนมากเลยล่ะ

สำหรับปีนี้ชีวิตครึ่งหนึ่งหมดไปกับการทำงาน วันหยุดมีก็ได้ไม่ได้พัก ถึงได้ป่วยเข้าๆออกโรงพยาบาลบ่อยๆไง แต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรหรอกนะ ไม่เจ็บไม่ป่วยอะไร งานก็ยังไม่เสร็จ เดือนหน้าก็ได้กำหนดส่งงานแล้ว ใครจะกล้าป่วยล่ะจริงไหม

เดือนหน้ามีงานบวชของญาติที่สนิท ก็ยังไปไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าน้าจะโกรธหรือเปล่า แต่มันก็เร็วเหมือนกันนะ พรุ่งนี้ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ( ก็ยังไม่ว่างอีกนั้นน่ะ ยังต้องไปมหาลัยอีก )

ปีนี้มีเรื่องให้ทุกข์มากมายเลยนะ ขอบอกตามตรงเลย และปีนี้ก็ทำให้เลิกคุยกับคนที่สนิทกันมาไปอีก 2 คนอีกด้วย ซึ่งมันแย่มากๆเลยล่ะ

ปีนี้เลิกกับแฟนไป เพราะทำงานแบบนี้ล่ะ ถึงทำให้ไม่ว่างที่จะคุยกับเขา เราถึงได้เลิกกันไปเมื่อวันที่ 23 ต.ค นี่ไง จำได้อีกเนอะ

คนแรก ก็เข็ดแล้วล่ะ ตอนนี้ไม่อยากจะมีแฟนแล้วล่ะ ขออยู่เงียบๆทำเรื่องของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนดีกว่าแล้วค่อยมี แต่ก็เชื่อนะว่ายังจะไม่มีหรอก ไม่มีก็ไม่เป็นไรนี่ อยู่คนเดียวน่ะสบายดีออกนะ

พักนี้ไม่ค่อยได้ออกไปไหนอยู่บ้านตลอด แต่ก็มีคนเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง บางเรื่องก็ฟังบางเรื่องไม่เห็นน่าฟังเรื่องเลย อย่างเช่นเรื่องแฟนกับเพื่อนทะเลาะกัน ฟังทีไรมันเข้ากับเรื่องตัวเองยังไงก็ไม่รู้

แต่ก็เข้าใจนะเพราะรักมากจนทำให้แคร์มาก แต่ก็เป็นห่วงเพื่อนเหมือนกัน ไม่อยากให้เขาเจ็บมากกว่าไปนี้ เพราะเคยเห็นเพื่อนคนนี้เจ็บจากแฟนคนเก่ามาแล้วไง ก็มีแต่ไอๆคนนี้ล่ะนะที่มันระบายให้ฟัง แต่เอาเถอะ ในเมื่อมันไม่เลิก เราก็ควรจะยอมรับการตัดสินใจของเขาสินะ ในเมื่อเขาเลือกทางเดินนั้นเอง ถ้ามันจบแบบไม่สวย เค้าก็คงทำใจยอมรับได้แล้วล่ะมั่ง

ยังไงเพื่อนคนนี้ก็เป็นกำลังใจให้เพื่อนตลอดล่ะนะ วันนี้ขอบใจมากนะที่อดทนฟังคำงี่เง่าจากเพื่อนคนนี้ ขอบใจที่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนคนนี้ถึงชอบคิดมากบ่อยๆ และก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำตัวงี่เง่า ถึงจะบอกไม่เห็นงี่เง่าก็เถอะนะ

ตอนนี้ก็มีแต่นายเท่านั้นล่ะนะที่พอจะเป็นคนที่คอยฟังเรื่องทุกอย่างได้ ไม่น่าเชื่อนะว่าเราจะมีปัญหาพร้อมกัน ถึงมันจะเป็นปัญหากันคนละเรื่อง แต่มันก็ทำให้เศร้าได้เหมือนกัน แต่คนที่หนักที่สุดน่าจะเป็นคนทางนี้มากกว่า ทะเลาะกับแฟน ไม่ได้หนักเหมือนทะเลาะกับคนในครอบครัวนี่นา

เอาเถอะ ... สายๆแล้วบางทีความรู้สึกอาจจะดีขึ้นแล้วก็ได้ .. ผิดกับคนอื่นเลยนะ ทั้งๆที่ปีใหม่กำลังจะเข้ามา แต่กลับรู้สึกเฉยชายังไงก็ไม่รู้ จะมีใครซักอีกคนนะที่รู้สึกเศร้าเหมือนกันบ้าง  

หึ

^^

คงไม่มีหรอกมั่ง คงจะมีแต่คนนี้เท่านั้นล่ะ ...

 

edit @ 31 Dec 2007 02:08:02 by × ไวตามิน Ä ×

edit @ 24 Oct 2008 02:25:03 by × ไวตามิน Ä ×

ถ่ายมาตั้งนานหลายวัน แต่พึ่งได้โอกาสมาลงวันนี้เอง รูปที่ถ่ายเมื่อ 26 ตุลาคม วันซ้อมวันแรก ไม่ใช่วันจริง 

วันนั้นรีบออกจากบ้านแต่เช้า 9 โมง ไปถึงที่นั้นก็ประมาณ 11 โมง และหวังจะเดินไปถึงท่าพระจันทร์อีก พอดีลงผิดง่ะ ตอนแรกกะว่าจะลงสนามหลวง แต่ปรากฏว่าลงที่ไหนก็ไม่รู้ ก็เลยต้องเดินไปเรื่อยๆ เดินผ่านวัดชนะสงครามด้วย และถามคนนั้นคนนี้ ถามเทศกิจด้วยว่าท่าพระจันทร์ไปทางไหน เพราะไม่ชำนาญทางจริงๆ 

ดูรูปกันเลย + รูปเยอะจริงๆ เลยต้องเลือกลง  ( รูปมันใหญ่มากๆๆๆ เลยต้องย่อ ) มือสมัครเล่นอาจถ่ายออกมาไม่ดี เพราะกล้องไม่ค่อยอำนวยเท่าไร

ซ้อมพระราชพิธีทางชลมรรคถวายทอดกระถิน ท่าวาสุกี - วัดอรุณ




ในที่สุดก็เดินทางท่าจันทร์ ถ่ายที่ร้านอาหาร แอบถ่ายคนขึ้น - ลง เรือข้ามฟาก อากาศก็ฝนตกหน่อยๆ



ที่ฝั่งหนึ่งก็ โรงพยาบาลศิริราชที่องค์พ่อหลวงและพระพี่นางทรงรักษาพระองค์อยู่ ตอนแรกก็แปลกใจเหมือนกันที่เห็นศิริราชอยู่ตรงหน้า ( อยู่กทม. จริงหรือเปล่านี่ )



เวลาประมาณบ่าย 2 กว่าๆๆ เรื่อพึ่งจะโยงไปเริ่มขนวบที่ท่าวาสุกี ยังไม่เริ่มเข้าพิธี



คิดว่าภาพนี้ชักกว่ารูปที่ถ่ายตอนที่ดูขนวบเรือครั้งแรกเสียอีก ต้องขอบคุณกล้อง รูปนี้ยังอยู่ในขั้นโยงเรืออยู่

และแล้ว เรือพระราชพิธีลำแรกที่ปรากฏก็คือ รูปที่ถ่ายได้ชัดแบบนี้ ต้องขอบคุณ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าที่อนุญาตให้เราเป็นคนลงเรือข้ามฟากไปได้เพียงคนเดียว ขอบคุณครับ ฮาๆๆ VIP จริงๆๆ



เรือพระนั่งลำแรกที่เห็นตอนเขาโยงเรือไปเริ่มขนวบ ยังไม่เริ่มขนวบ ไม่แน่ใจชื่อ ^^'



นารายณ์ทรงสุบรรณ



อนันตนาคราช



สุพรรณาหงส์ ( พิมผิดอีกเปล่า )

และแล้วก็เริ่มขบวน ถ่ายเป็น VDO ด้วยล่ะ



เรือทุกลำค่อยๆแล่นผ่านสะพานพระปิ่นเกล้า 52 ลำ พร้อมฝีบายอีกกว่า 2000 คน และบทเห่เรือที่ไพเราะมาก



รูปทุกรูปซูมหมด เรือทุกลำแล่นผ่านโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีเหล่าทหารออกมายืนอยู่ที่ริมตึกด้วย และก็มีคนแถวบอกว่าพระองค์ท่านต้องได้ทอดพระเนตรการซ้อมพระราชพิธีเช่นกัน 



นี่คือรูปแบบขบวนที่เหมือนกับวันที่จริงที่ 5 พฤศจิกายน ( บัตรราคา 700 ลดแล้ว นั่งหน้าสุด วันจริง )



บรรยากาศ ณ ธรรมศาสตร์ ไม่เสียตังค์ ดูฟรี ซึ่งเป็นที่หนึ่ง 







เรือพระที่นั่งทุกลำ แล่นผ่านโรงพยาบาลศิริราชและก็แล่นชิดริมฝั่งศิริราชมากที่สุดอีกด้วย หลังที่ขบวนเรือแล่นผ่านไปเสร็จแล้ว

ก็ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าเรือข้ามฟากจะเดินในใช้ได้อีกครั้ง วันนั้นก็ได้นั่งเรือข้ามฟากเป้นครั้งแรกทั้งตื่นเต้นและกลัวด้วย ฮาๆ ข้ามไปศิริราชเพื่อไปลงนามถวายพระพรน่ะ วันนั้นก็มีความสุขมากๆเลยล่ะที่ได้ทำความหวังของตัวเองเป็นจริงเพราะปีที่แล้วก็อยากมาดู แต่ก็ไม่ได้มา ในที่สุดก็มีโอกาสเสียที ^^

ความจริงวันจริงก็อยากไปนะ ทำให้เพื่อนๆที่มหาลัยหลายคนผิดหวังไปเลยล่ะที่ไม่ได้เพราะแม่นึกว่าไม่หยุดน่ะสิ เลยอดไง เฮ้อ ... เสียดาย

 

edit @ 8 Nov 2007 02:29:52 by × ไวตามิน Ä ×